กรมสารบรรณทหาร
กรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

 การขอรับเงินสงเคราะห์

 สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กองบัญชาการกองทัพไทย

หลักฐานการขอรับเงินเมื่อสมาชิกเสียชีวิต

    ๑. กรอกแบบฟอร์มที่ทางการฌาปนกิจฯ กำหนด

    ๒. สำเนาใบมรณบัตร

    ๓. สำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุสมาชิกถึงแก่ความตาย

    ๔. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับเงินสงเคราะห์ (ผู้เสียชีวิตได้ระบุไว้ ในใบสมัครการฌาปนกิจฯ)

หน้าที่ของสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ บก.ทท. ที่ควรทราบและปฏิบัติ

    ๑. แจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนราษฎร์เช่น การย้ายภูมิลำเนา การสมรส การหย่า การเปลี่ยนแปลงชื่อ หรือนามสกุล เป็นต้น

    ๒. สมาชิกที่ยังรับราชการเมื่อมีการย้ายสังกัดรับราชการ เกษียณอายุราชการ หรือลาออกจากราชการต้องแจ้งให้การฌาปนกิจสงเคราะห์ทราบ

    ๓. ผู้เกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการ ต้องชำระเงินสงเคราะห์รายปี ปีละ ๕๐๐ บาท

    ๔. สมาชิกขอเปลี่ยนแปลงผู้รับเงินสงเคราะห์โดยยื่นเรื่องได้ที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ บก.ทท.

    ๕. สมาชิกทุกคนต้องชำระเงินสงเคราะห์ เมื่อมีสมาชิกถึงแก่ความตาย ในอัตราศพละ ๑๐ บาท

    ๖. ทายาทได้รับเงินสงเคราะห์ประมาณ ๔๕,๐๐๐ บาท

สถานที่ติดต่อ

    แผนกการฌาปนกิจสงเคราะห์ กองสวัสดิการ สำนักสวัสดิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ๒๒๑๘ ถ.กรุงเทพ - นนทบุรี แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ๑๐๘๐๐ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ๐๙ ๓๘๕๑ ๓๓๔๘

การจ่ายเงินสงเคราะห์

    ๑. ให้จ่ายเงินสงเคราะห์กับบุคคลที่สมาชิกระบุไว้ในใบสมัครการฌาปนกิจฯ

    ๒. ในกรณีไม่สามารถจ่ายเงินสงเคราะห์ตามข้อ ๑ ได้ ให้จ่ายเงินสงเคราะห์ให้กับผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ ซึ่งต้องเป็นบุคคลตามลำดับก่อนหลัง โดยผู้อยู่ลำดับก่อนย่อมตัดสิทธิผู้อยู่ลำดับหลัง ถ้ามีผู้อยู่ลำดับเดียวกันหลายคน ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์แบ่งเงินสงเคราะห์ที่เหลืออยู่ให้แก่ทุกคนในสัดส่วนที่เท่ากันดังต่อไปนี้

        ๒.๑ สามี ภริยา บุตร บิดา มารดา

        ๒.๒ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

        ๒.๓ พี่น้องร่วมบิดา หรือมารดาเดียวกัน

        ๒.๔ ปู่ ย่า ตา ยาย

        ๒.๕ ลุงป้า น้าอา

        ๒.๖ ผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือผู้ที่อยู่ในอุปการะเลี้ยงดู

        ในกรณีไม่อาจแบ่งเงินให้แก่บุคคลใดได้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ๓. การจ่ายเงินสงเคราะห์รายใดมีปัญหา ให้คณะกรรมการมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด

    ๔. ยอดเงินที่เรียกเก็บจากสมาชิกทุกคน (เมื่อสมาชิกเสียชีวิตศพละ ๑๐ บาท) การฌาปนกิจสงเคราะห์จะหักไว้เป็นค่าใช้จ่ายของการฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นจำนวนร้อยละ ๓ ของเงินสงเคราะห์ที่เรียกเก็บได้

 

สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กองทัพบก

หลักฐานการขอรับเงินสงเคราะห์เมื่อสมาชิกเสียชีวิต

    ๑. แบบฟอร์มหนังสือคำร้องขอจัดการศพ และหนังสือรายงานช่วยเหลือของคณะกรรมการในการจัดการศพ (ขอที่หน่วยที่ไปติดต่อ)

    ๒. สำเนาใบมรณบัตร (ตอนที่ ๑)

    ๓. สำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุสมาชิกถึงแก่ความตาย (นำไปจำหน่ายที่เขตหรืออำเภอตามภูมิลำเนาของสมาชิก)

    ๔. สำเนาบัตรประจำตัวและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับเงินสงเคราะห์และ/หรือผู้จัดการศพ

    ๕. หนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการศพ ที่ออกให้โดยวัดหรือการฌาปนสถาน ของแต่ละศาสนา ซึ่งลงนามโดยผู้มีอำนาจของสถานที่นั้น ๆ และมีตราประทับรับรอง ทั้งนี้ชื่อสถานที่ตั้งจัดการศพต้องตรงกับระบุไว้ในใบมรณบัตร ส่วนกรณีที่มีการอุทิศร่างเพื่อการศึกษาให้ใช้หนังสือรับรองที่ออกให้โดยสถาบันนั้น ๆ

    ๖. บัญชีรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ กรณีผู้จัดการศพและผู้ รับเงินสงเคราะห์มิได้เป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งต้องลงนามรับทราบร่วมกัน โดยมีคณะกรรมการนายทหาร ๓ นาย ลงนามรับรองด้วย

    ๗. หนังสือการสอบสวนทายาทของสมาชิก กรณีที่ผู้รับเงินสงเคราะห์เสียชีวิตก่อนหรือหลังสมาชิกโดยยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้รับเงินสงเคราะห์ ต้องมีหนังสือผลการสอบสวนการเป็นทายาทของสมาชิกโดยเขต/อำเภอ เป็นผู้ออกให้ตามที่ทายาทเป็นผู้ร้องขอ ทั้งนี้จะต้องมีพยานที่ไม่มีส่วนได้เสียกับเงินสงเคราะห์ร่วมในการสอบสวนด้วย จำนวน ๒ ปาก สำหรับทายาท ที่เสียชีวิตไปแล้วต้องมีเอกสารรับรองการเสียชีวิต ส่วนทายาทที่สาบสูญต้องมีคำสั่งศาลระบุให้เป็นบุคคลสาบสูญ

    ๘. เอกสารตามข้อ ๒, ๓ และ ๔ ใช้สำเนาอย่างละ ๒ ฉบับ โดยต้องนำเอกสารฉบับจริงไปแสดงต่อคณะกรรมการด้วย

    ๙. เอกสารตามข้อ ๕, ๖ และ ๗ ใช้ฉบับจริง ๑ ฉบับ และสำเนา ๑ ฉบับ

สถานที่ติดต่อ

    กองการฌาปนกิจ กรมสวัสดิการทหารบก ถ.นครสวรรค์ แขวงวัดโสมมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ๑๐๑๑๐ โทร. ๐ ๒๖๕๔ ๗๔๐๐

วิธีการขอรับเงินสงเคราะห์เมื่อสมาชิกเสียชีวิต

    ๑. สมาชิกที่ส่งเงินสงเคราะห์รายเดือนผ่านหน่วยให้ทายาทยื่นเรื่องขอ รับเงินสงเคราะห์ผ่านหน่วยต้นสังกัดตั้งแต่ระดับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไป

    ๒. สมาชิกที่ส่งเงินสงเคราะห์รายเดือนด้วยตัวเอง (ชำระเงินสด, ชำระทางธนาณัติ, ชำระผ่านธนาคาร) ให้ทายาทยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์ ณ กองการฌาปนกิจฯ หรือหากเป็นข้าราชการบำนาญไม่สะดวกในการเดินทาง สามารถยื่นเรื่องผ่าน หน่วยมณฑลทหารบก หรือสัสดีจังหวัด ในพื้นที่ได้

    ๓. กรณีผู้รับเงินสงเคราะห์และผู้จัดการศพมิได้เป็นบุคคลคนเดียวกัน ต้องไปยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์พร้อมกัน

    ๔. กรณีผู้รับเงินสงเคราะห์หรือผู้จัดการศพ ประสงค์จะมอบอำนาจให้ผู้อื่น รับเงินแทนจะต้องทำหลักฐานการมอบอำนาจต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเท่านั้น

    ๕. กรณีผู้มีสิทธิ์รับเงินสงเคราะห์อยู่ต่างประเทศและประสงค์จะให้ผู้อื่น รับเงินแทน จะต้องดำเนินการมอบอำนาจผ่านสถานทูตไทยในประเทศนั้น ๆ โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานทูตลงนามและประทับตรารับรอง และนำหลักฐานฉบับจริงมาประกอบหลักฐานขอรับเงิน พร้อมกับสำเนาบัตรประจำตัวและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจประกอบหลักฐานการยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ด้วย

    ๖. กรณีผู้รับเงินสงเคราะห์มีปัญหาไม่สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์ได้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์จะต้องดำเนินการให้ได้ข้อยุติ หากยัง ไม่สามารถหาข้อยุติได้จะต้องดำรงสถานภาพของสมาชิกไว้ก่อน ด้วยการส่งชำระเงินสงเคราะห์รายเดือนจนกว่าปัญหาจะเสร็จสิ้นและยื่นเรื่องขอรับเงินกับ กองการฌาปนกิจฯ เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้เพื่อช่วยรักษาสิทธิ์ไม่ให้ขาดการเป็นสมาชิกเพราะขาดการส่งเงินสงเคราะห์รายเดือน

    ๗. กรณีผู้รับเงินสงเคราะห์ มีความจำเป็นต้องใช้เงินรีบด่วนเพื่อใช้จ่าย ในการจัดการศพขั้นต้นสามารถขอยืมเงินรองจ่ายได้จากหน่วยที่ไปติดต่อ โดยต้องเตรียมเอกสารหลักฐานการขอรับเงินไปให้ครบถ้วน สำหรับจำนวนเงินที่ยืมได้ อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับหน่วยนั้น ๆ เป็นผู้พิจารณาให้ยืมได้ตามความเหมาะสมแต่ไม่เกิน ๔ หมื่นบาท และในการยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์ที่เหลือทั้งหมดจะต้องยื่นผ่านหน่วยที่ขอยืมเงินเท่านั้น

    ๘. เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรมจะได้รับเงินประมาณ ๒๑๐,๐๐๐ บาท

เรื่องอื่นๆ ที่สำคัญ

    ๑. สมาชิกการฌาปนกิจทุกคนต้องชำระเงินสงเคราะห์ เมื่อมีสมาชิก ถึงแก่ความตายในอัตราศพละ ๕๐ สตางค์

    ๒. การเปลี่ยนแปลงวิธีการส่งเงินสงเคราะห์รายเดือนสำหรับสมาชิกหรือ ผู้ส่งชำระที่ไม่สังกัดหน่วย เนื่องจากลาออกจากราชการ หรือเกษียณอายุราชการ หรือผู้ส่งเงินที่เป็นข้าราชการเสียชีวิต ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีส่งเงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพรายเดือนตามวิธีการส่งชำระเงินสงเคราะห์รายเดือน

    ๓. การตรวจสอบผู้รับเงินสงเคราะห์ สมาชิกควรมีการตรวจสอบผู้รับ เงินสงเคราะห์ปีละ ๑ ครั้ง และควรเปลี่ยนแปลงผู้รับเงินสงเคราะห์ให้เป็นปัจจุบัน (ควรเป็นทายาทหรือผู้ที่ดูแลสมาชิก) สำหรับสมาชิกที่ระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ไว้หลาย ๆ คน ควรเปลี่ยนแปลงให้เหลือเพียง ๑ คน

    ๔. เพื่อประโยชน์ในการแจ้งข่าวสารให้ทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือที่พักอาศัยควรแจ้งให้กองการฌาปนกิจฯ ให้ทราบสามารถติดต่อได้

    ๕. การดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิของสมาชิก ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่สมาชิกต้องไปดำเนินการเรื่องสิทธิต่าง ๆ ด้วยตนเอง กรณีเจ็บป่วยทุพพลภาพ หรือชราภาพ ไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเองได้ ให้ทายาทไปติดต่อกองการฌาปนกิจฯ เพื่อพิจารณาหนทางปฏิบัติต่อไป

    ๖. สิทธิในการจัดการศพของสมาชิกผู้เสียชีวิต สามารถนำศพของสมาชิก ที่เสียชีวิตไปบำเพ็ญกุศล ณ ฌาปนสถานกองทัพบกได้ (วัดโสมนัสราชวรวิหาร, วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต, วัดอาวุธวิกสิตราม) โดยเสียค่าใช้จ่ายในอัตราที่กำหนดไว้เฉพาะสมาชิก อีกทั้งยังสามารถให้หักเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ จากเงินสงเคราะห์ของสมาชิกได้อีกด้วย

 

สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กองทัพเรือ

การจ่ายเงินสงเคราะห์

    ๑. จ่ายเงินสงเคราะห์ในอัตราศพละ ๔ บาท

    ๒. เมื่อสมาชิกผู้ใดถึงแก่ความตาย ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์จ่าย เงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้รับเงินสงเคราะห์เพียงรายเดียว ซึ่งเป็นบุคคลที่สมาชิกแสดงความจำนงไว้ในใบสมัครหรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ในกรณีไม่มีบุคคล ที่สมาชิกระบุไว้ในใบสมัคร หรือมีบุคคลที่ระบุไว้ในใบสมัครแต่ไม่อาจจัดการ ตามเจตนาของสมาชิกได้ โดยแจ้งให้การฌาปนกิจสงเคราะห์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์จ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่บุคคลตามลำดับ โดยผู้ที่อยู่ในลำดับก่อนย่อมตัดสิทธิผู้อยู่ลำดับหลัง ดังนี้

        ๒.๑ คู่สมรสของสมาชิก

        ๒.๒ บุตรของสมาชิก

        ๒.๓ บิดา - มารดา ของสมาชิก

        ๒.๔ ผู้อยู่ในอุปการะ ผู้อุปการะของสมาชิกซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการด้วย

        ๒.๕ พี่ - น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน

        ๒.๖ พี่ - น้องร่วมบิดา หรือมารดาเดียวกัน

        เมื่อการฌาปนกิจสงเคราะห์ได้รับคำร้องเพื่อขอรับเงินสงเคราะห์จากบุคคลดังกล่าวข้างต้นแล้ว และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าบุคคลนั้นสามารถเป็นผู้จัดการศพของสมาชิกได้จริง ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์จ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่บุคคลนั้น แต่ถ้าการฌาปนกิจสงเคราะห์เห็นว่าบุคคลนั้นไม่สามารถเป็นผู้จัดการศพได้ หรือไม่มีบุคคลใดยื่นคำร้องภายใน ๑๕ วัน การฌาปนกิจสงเคราะห์ จะทำปิดประกาศไว้อีกครั้งหนึ่ง และหากไม่มีบุคคลใดยื่นคำร้องภายใน ๑๕ วัน ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์จัดการศพให้แก่สมาชิกที่ถึงแก่ความตายตามสมควร แก่ฐานานุรูปและประเพณีทางศาสนาของสมาชิกนั้น เมื่อได้ดำเนินการแล้ว ถ้ายังมีเงินสงเคราะห์เหลืออยู่ ให้การฌาปนกิจสงเคราะห์จ่ายเงินส่วนที่เหลืออยู่ให้แก่บุคคลที่สมาชิกได้ระบุไว้ในใบสมัคร แต่ถ้าไม่มีบุคคลที่สมาชิกระบุไว้ ในใบสมัครให้การฌาปนกิจสงเคราะห์จ่ายเงิน ดังกล่าวให้แก่บุคคลในวรรคแรกตามลำดับก่อนหลังโดยผู้อยู่ลำดับก่อนย่อมตัดสิทธิผู้อยู่ลำดับหลัง หากไม่มีผู้รับเงินสงเคราะห์ให้นำเข้าบัญชีทุนของการฌาปนกิจสงเคราะห์เงินสงเคราะห์ไม่ใช่มรดกของสมาชิกผู้ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเงินสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยเหลือในการจัดการศพสมาชิกผู้ถึงแก่ความตายนั้น ตามเกียรติฐานะลัทธิ ศาสนา หรือประเพณี ฉะนั้นผู้ใดจะอ้างสิทธินอกเหนือไปจากที่กำหนดมิได้

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

    ๑. สมาชิกมีสิทธิ ดังนี้

        ๑.๑ สมาชิกที่เป็นข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือ และผู้มียศทหารเรือ มีสิทธินำครอบครัวเข้าเป็นสมาชิกได้

        ๑.๒ ขอเปลี่ยนแปลงผู้รับเงินสงเคราะห์ได้ตามความประสงค์

        ๑.๓ เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย ผู้รับเงินสงเคราะห์จะได้รับเงินสงเคราะห์ตามที่กำหนด

        ๑.๔ ได้รับการช่วยเหลือในการดำเนินงานเกี่ยวกับพิธีศพตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จพิธี

    ๒. สมาชิกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ดังนี้

        ๒.๑ เมื่อมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงทะเบียนราษฎร์ เช่น การย้ายที่อยู่ การสมรส การหย่า การเปลี่ยนแปลงนามสกุล สมาชิกจะต้องแจ้งการแก้ไข ต่อเจ้าหน้าที่การฌาปนกิจสงเคราะห์ภายใน ๓๐ วัน นับจากเมื่อได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

        ๒.๒ สมาชิกที่ลาออกจากราชการ โอนไปรับราชการภายนอกกองทัพเรือ เกษียณอายุราชการ หรือเปลี่ยนวิธีการชำระเงินจะต้องแจ้งให้นายทะเบียนการฌาปนกิจสงเคราะห์ทราบภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง

        ๒.๓ สมาชิกจะต้องชำระเงินสงเคราะห์ตามระเบียบโดยเคร่งครัด

        ๒.๔ สมาชิกที่ไม่ดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนดอาจต้องเสียสิทธิบางประการ และหากเกิดความเสียหายใด ๆ จะเรียกร้องค่าเสียหายจาก การฌาปนกิจสงเคราะห์มิได้

สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับเมื่อถึงแก่กรรม

    เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม จะได้รับเงินประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ บาท หักไว้ เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของกิจการฯ ร้อยละ ๒

    การจ่ายเงินสงเคราะห์ (งวดแรก)

    ๑. เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรมและผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์มาแจ้งขอรับ เงินสงเคราะห์ จะสำรองจ่ายงวดแรก ๒๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อใช้ในการจัดการศพ

    ๒. ถ้าเป็นบัญชีธนาคารทหารไทยจะได้รับเงินในวันรุ่งขึ้น ส่วนบัญชีของธนาคารอื่นได้รับภายใน ๓ วันทำการ

    การจ่ายเงินสงเคราะห์ (งวดที่ ๒)

    เป็นเงินที่เรียกเก็บจากสมาชิก ใช้ระยะเวลาประมาณ ๙๐ วัน และเมื่อเก็บได้เท่าไรนำมาหักลบออกจากเงินงวดแรกที่สำรองจ่ายไปก่อนนั้น คงเหลือจ่ายให้ประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาท

    การจ่ายเงินสงเคราะห์ (ส่วนที่ค้างจ่าย)

    เป็นเงินส่วนที่เรียกเก็บได้เพิ่มเติมจากสมาชิก หลังเสร็จสิ้นการเรียกเก็บของงวดที่ ๒

        ด้วยเงินสมาชิกสงเคราะห์ส่วนค้างจ่ายอันเนื่องมาจากการเรียกเก็บได้เพิ่มเติมจากสมาชิกที่ค้างชำระ และกิจการการฌาปนกิจฯ จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ได้รับทราบ และโอนเงินที่ค้างจ่ายให้แต่เนื่องจาก มีผู้รับเงินสงเคราะห์บางท่าน ได้ปิดบัญชีธนาคาร เพื่อการรับเงินสงเคราะห์ศพที่ได้แจ้งไว้ จึงทำให้กิจการการฌาปนกิจฯ ไม่สามารถโอนเงินส่วนค้างจ่ายนั้นได้ ดังนั้น เพื่อให้การจ่ายเงินส่วนค้างจ่ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว จึงขอให้ผู้รับเงินสงเคราะห์ได้คงสภาพบัญชีธนาคารนั้นไว้ก่อน เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่แจ้งถึงแก่กรรม

เรื่องอื่นๆ ที่สำคัญ

    ๑. สมาชิกที่แจ้งความจำนงขอให้หักเงินสงเคราะห์ โดยผ่านบัญชีธนาคาร (ธนาคารทหารไทยเท่านั้น) สามารถตรวจสอบการหักเงินในแต่ละเดือนได้ด้วยวิธีดังนี้

        ๑.๑ โดยการนำสมุดบัญชีไปปรับปรุงการทำรายการ เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินกับธนาคาร

        ๑.๒ สมาชิกสมัครขอรับข้อความ (SMS) เพื่อที่จะได้รับทราบความเคลื่อนไหวทางการเงินของบัญชีตนเอง โดยสมาชิกต้องไปติดต่อด้วยตนเอง กับทางธนาคารทหารไทยได้ทุกสาขาทั่วประเทศ

        ๑.๓ ติดต่อสอบถามการหักเงินสงเคราะห์ สามารถติดต่อขอทราบการหักเงินได้ที่กิจการฌาปนกิจ สงเคราะห์แห่งราชนาวี พื้นที่กรุงเทพฯ (เท่านั้น) โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๘๓-๕ และ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๗๖

    ๒. วิธีการชำระเงินสงเคราะห์ของสมาชิกและผู้เกษียณอายุราชการที่เป็นสมาชิก กบข.

        ๒.๑ ผู้ที่รับเบี้ยหวัดบำนาญจากกรมการเงิน ทร. สั่งตัดเงินรายเดือนจากเบี้ยหวัดบำนาญ

        ๒.๒ ผู้ที่ไม่สามารถส่งตัดในระบบเงินเดือน ได้แก่

             ๒.๒.๑ สมาชิก กบข./ข้าราชการลาออกที่ขอรับบำเหน็จ

             ๒.๒.๒ ข้าราชการที่โอนย้ายไปอยู่นอก ทร.

             ๒.๒.๓ ข้าราชการที่รับเบี้ยหวัด - บำนาญผ่านคลังจังหวัด

             ๒.๒.๔ พนักงานราชการ/ลูกจ้างชั่วคราว

             ๒.๒.๕ ลูกจ้างเกษียณ/ลูกจ้างลาออก

             ๒.๒.๖ สมาชิกประเภทคู่สมรส/บิดา/มารดา/บุตร ของข้าราชการและลูกจ้าง ทร.

        สมาชิกตามข้อ ๒.๒ สามารถชำระเงินได้ ๕ วิธี ดังนี้

        (๑) หักเงินผ่านทางบัญชีประเภทออมทรัพย์ของธนาคารทหารไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ

        (๒) โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย สาขา พรานนก หมายเลขบัญชี ๐๑๙-๗-๗๓๑๓๙-๑ ชื่อบัญชี แผนกฌาปนกิจ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ พร้อมทั้งส่งเอกสารการโอนเงิน โดยส่งทางแฟกซ์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๘๓ ต่อ ๑๘ หรือ ส่งทาง E-mail; navycrema@hotmail.com พร้อมเขียนชื่อ, เบอร์ติดต่อกลับของสมาชิกที่ต้องการชำระเงินในเอกสารด้วย

        (๓) ชำระเงินล่วงหน้าปีละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท

        (๔) ชำระด้วยเงินสดที่ แผนกฌาปนกิจ กสค.สก.ทร. หรือหน่วยรับบริการ

พื้นที่สัตหีบ, พื้นที่ ฐท.สข. และ พื้นที่ ฐท.พง.

        (๕) ธนาณัติสั่งจ่ายในนาม หน.ฌาปนกิจ กสค.สก.ทร. ๒/๙ กรมสวัสดิการทหารเรือ ถ.อิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ (สั่งจ่าย ปณ.หน้าพระลาน)

    ๓. ขาดส่งเงิน/ การเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ

        ๓.๑ ขาดส่งเงินสงเคราะห์ ๙๐ วัน ติดต่อกันจะเสียสิทธิ และพ้นจากสมาชิกภาพ

        ๓.๒ แก้ไขเปลี่ยนแปลง ที่อยู่/ยศ ชื่อ สกุล/เปลี่ยนผู้รับมอบเงินสงเคราะห์ แจ้งเจ้าหน้าที่ภายใน ๓๐ วัน

    ๔. ติดต่อราชการกับ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวีได้ที่สำนักงานพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้

        ๔.๑ พื้นที่เขตกรุงเทพฯ แผนกฌาปนกิจ กสค.สก.ทร. โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๘๓-๕, ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๗๖

        ๔.๒ พื้นที่สัตหีบ ฌาปนกิจสถาน ทร. สัตหีบ โทร. ๐ ๓๘๔๓ ๘๖๙๒

        ๔.๓ พื้นที่สงขลา บก.ฐท.สข. โทร. ๐ ๗๔๓๑ ๑๘๙๓

        ๔.๔ พื้นที่พังงา บก.ฐท.พง. โทร. ๐ ๗๖๕๙ ๕๒๘๘

    ๕. การขอคืนสภาพสมาชิก

        ๕.๑ สมาชิกที่พ้นจากสมาชิกภาพ สามารถคืนสภาพสมาชิกได้ ๑ ครั้ง

        ๕.๒ เป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า ๕ ปี และพ้นสภาพสมาชิกไม่เกิน ๕ ปี

    ๖. หลักฐานการขอรับเงินสงเคราะห์เมื่อสมาชิกเสียชีวิต

        ๖.๑ สำเนาใบมรณบัตร ๒ ฉบับ

        ๖.๒ สำเนาทะเบียนบ้านที่ระบุสมาชิกถึงแก่ความตาย ๒ ฉบับ

        ๖.๓ สำเนาบัตรข้าราชการของสมาชิกที่เสียชีวิต ๒ ฉบับ

        ๖.๔ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับเงินสงเคราะห์ ๒ ฉบับ

        ๖.๕ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ ของผู้รับเงินสงเคราะห์ ๒ ฉบับ

 

สมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์กองทัพอากาศ

    ๑. เมื่อออกจากราชการในกรณีเกษียณอายุราชการ หรือขอลาออกจากราชการ ให้นำสำเนาคำสั่งเกษียณอายุราชการ หรือคำสั่งขอลาออกจากราชการ จำนวน ๑ ฉบับ มาดำเนินการเขียนคำร้องขอเป็นสมาชิกสามัญนอกสังกัด ที่แผนกฌาปนกิจ กองสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารอากาศ (หลังอาคาร ๘๐ ปี ติดกับสถานีวิทยุ ๐๑ ดอนเมือง)

    ๒. เมื่อเป็นสมาชิกสามัญนอกสังกัด ทอ. แล้ว สมาชิกสามารถเลือกการส่ง เงินสงเคราะห์ได้หลายวิธี ดังนี้

        ๒.๑ มาชำระด้วยตนเองที่แผนกฌาปนกิจ กองสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารอากาศทุกเดือน

        ๒.๒ ส่งเงินสงเคราะห์โดยหักทางบำนาญ กรมการเงินทหารอากาศ (ถ้ามียอดค้างส่งเงินสงเคราะห์ กง.ทอ. จะไม่หักเงินสงเคราะห์ย้อนหลัง แต่สมาชิกจะต้องมาชำระเงินค้างด้วย ตนเองที่ ผฌก.ฯ)

        ๒.๓ ส่งเงินสงเคราะห์ทางธนาณัติโดยโทรศัพท์ถึงแผนกฌาปนกิจสอบถามยอดส่งเงินทุกเดือนและสั่งซื้อธนาณัติสั่งจ่าย หน.ผฌก.กสค.สก.ทอ. ปณ.ทอ. และจ่าหน้าซองถึงตัวท่านเองติดแสตมป์ จนท. จะส่งใบเสร็จกลับไปให้ท่าน

        ๒.๔ ส่งเงินสงเคราะห์โดยหักผ่านทางธนาคารทหารไทย (บัญชีออมทรัพย์เท่านั้น) ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการหลังจากสมาชิกได้มาเขียนคำร้องขอเป็นสมาชิกนอกสังกัด ทอ. แล้ว สมาชิกต้องกรอกแบบฟอร์มขอหักเงินโดยผ่านทางธนาคาร โดยการถ่ายสำเนา หน้าสมุดบัญชี ๑ ฉบับ (การส่งเงินสงเคราะห์ทางธนาคาร การฌาปนกิจสงเคราะห์ ทอ. จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบทุก ๖ เดือนตามที่อยู่ที่ให้ไว้)

    ๓. การขอรับเงินสงเคราะห์เมื่อสมาชิกเสียชีวิต

          หลังจากที่ทายาทของข้าราชการบำนาญซึ่งแก่กรรมได้จัดเตรียมงานเกี่ยวกับพิธีศพแล้ว หากผู้ถึงแก่กรรมเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ ก็เป็นหน้าที่ของทายาทหรือบุคคลซึ่งสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ (ผู้ตาย)

ระบุตัวให้เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์จะต้องเตรียมการเพื่อขอรับสิทธิจากการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ โดยเตรียมหลักฐานและเอกสารต่างๆ ประกอบการดำเนินการติดต่อขอรับสิทธิกับเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บริการกำลังพลแบบเบ็ดเสร็จกองทัพอากาศ พร้อมเอกสารต่อไปนี้

        ๓.๑ หนังสือตอบรับการเข้าเป็นสมาชิกฯ

        ๓.๒ สำเนาทะเบียนบ้าน

        ๓.๓ ใบมรณบัตร

        ๓.๔ บัตรประจำตัวผู้รับเงิน (ถ่ายทั้งด้านหน้า - ด้านหลัง)

        ๓.๕ นายทหารสัญญาบัตร ๒ คน สำหรับค้ำประกันการรับเงินพร้อมสำเนาอย่างละ ๕ ชุด

        ข้อควรระวังเรื่องการขาดส่งเงินสงเคราะห์ ถ้าขาดส่งเงินเกิน ๙๐ วัน จะคัดชื่อออกไปรอจำหน่ายและส่งหนังสือแจ้งเตือนให้ทราบ และจะจำหน่าย ท่านออกจากการเป็นสมาชิก การฌาปนกิจกองทัพอากาศ

สถานที่ติดต่อ

    แผนกฌาปนกิจ กองการฌาปนกิจสงเคราะห์ กองสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารอากาศ กองทัพอากาศ ดอนเมือง กทม. ๑๐๒๑๐ โทร ๐ ๒๕๓๔ ๓๘๑๕, ๑๖, ๑๘ หรือศูนย์บริการกำลังพลแบบเบ็ดเสร็จกองทัพอากาศ โทร. ๐ ๒๕๓๔ ๕๔๖๘

สิ่งที่ควรทราบ 

    ๑. สมาชิกฌาปนกิจทุกคนต้องชำระเงินสงเคราะห์เมื่อมีสมาชิกถึงแก่ความตายในอัตราศพละ ๓ บาท

    ๒. เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายทายาทจะได้รับเงินประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ บาท หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของกิจการฯ ร้อยละ ๔

    ๓. เมื่อเปลี่ยนชื่อ - สกุล ที่อยู่ กรุณาถ่ายสำเนา และแจ้งให้ ผฌก.ฯ ทราบโดยด่วนเพื่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกเอง

    ๔. เมื่อท่านได้รับหนังสือเตือนแจ้งหนี้ กรุณาติดต่อชำระยอดค้างโดยด่วนที่สุดมีข้อขัดข้องกรุณาติดต่อ ผฌก.ฯ โทร. ๐ ๒๕๓๔ ๓๘๑๕, ๑๖, ๑๘

    ข้อแนะนำ เพื่อความสะดวกรวดเร็วของสมาชิกฯกรุณาหักเงินผ่านบัญชีธนาคาร

 

การแจ้งตาย

    ๑. ถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะออกใบรับรองแพทย์ให้ เพื่อเป็นหลักฐานแสดงสาเหตุการตาย แล้วนำใบรับรองแพทย์พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียชีวิต ไปยังสำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือที่ทำการเขต/อำเภอ ในเขตที่โรงพยาบาลนั้นตั้งอยู่ เพื่อขอรับใบมรณบัตร แต่โรงพยาบาลบางแห่งจะออกใบมรณบัตรให้เองหรือช่วยดำเนินการให้ เพื่ออำนวยความสะดวกโดยญาติของผู้เสียชีวิตจะต้องนำทะเบียนบ้านไปที่โรงพยาบาลด้วย

    ๒. ถึงแก่กรรมตามธรรมชาติที่บ้าน เจ้าของบ้านจะต้องแจ้งตายต่อเจ้าหน้าที่ทะเบียนท้องถิ่น แพทย์ประจำตำบล ผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตที่บ้านเรือนนั้นตั้งอยู่ หรืออีกประการหนึ่งแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนั้นออกบันทึกประจำวันให้ เพื่อนำไปขอให้เขต/อำเภอ ออกใบมรณบัตรให้

    ๓. ถึงแก่กรรมเนื่องจากอุบัติเหตุ ฆาตกรรมเจ้าของบ้านจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาชันสูตรพลิกศพทำหลักฐานการเสียชีวิต ในระหว่าง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแพทย์ยังมิได้ตรวจศพ ห้ามเคลื่อนย้ายศพหรือทำให้ ศพเปลี่ยนสภาพ หรือนำยามาฉีดศพ

        เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือแพทย์ได้ตรวจชันสูตรศพแล้ว ญาติผู้เสียชีวิตจะต้องไปขอหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบพร้อมทั้ง ขอใบชันสูตรศพจากแพทย์ เพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นในการขอใบมรณบัตร โดยแจ้งด้วยว่านำศพไปบำเพ็ญกุศล โดยระบุ/ในข้อสวด เผา ฝัง เก็บหรืออุทิศ ใบมรณบัตรจะมี ๒ ตอน คือ ตอนที่ ๑ หรือ ต้นฉบับจะต้องถ่ายเอกสารซึ่งควรถ่ายที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นที่ออกใบมรณบัตรให้ เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่ทะเบียนรับรองเอกสาร จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง แล้วนำไปให้วัดเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับแจ้งชื่อและสถานที่ติดต่อเจ้าภาพได้สะดวก ใบมรณบัตรตอนที่ ๒ จะต้องนำไปแสดงต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่น ที่ผู้เสียชีวิตมีภูมิลำเนาอยู่ พร้อมกับนำใบทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านไปด้วย เพื่อจะจำหน่ายว่าได้เสียชีวิตเมื่อใด โดยต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ภายใน ๑๕ วัน

 

การเตรียมการเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ ให้กับทายาท

        เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคคลที่อยู่เบื้องหลังที่จะต้องรับผิดชอบดำเนินการดูแลให้เราได้อย่างถูกต้องตามเหมาะตามควร และการขอรับสิทธิต่าง ๆ ที่พึงมีพึงได้ของทายาท จึงได้รวบรวมแนวทางปฏิบัติเหล่านี้ขึ้นมา ในลักษณะที่เต็มรูปแบบ นายทหารบกนอกราชการยศชั้นนายพล ภูมิลำเนาอยู่ที่ กทม. ส่วนผู้ใดเป็นอย่างอื่นจะปรับแก้หรือเพิ่มเติม - ลดทอนในส่วนของตน ก็พึงพิจารณาปรับใช้ตามแต่ละบุคคลและบุคคลพลเรือนทั่วไปก็อาจจะใช้ให้     เกิดประโยชน์ในทางธุรการอื่น ๆ ได้เช่นกัน

 

การเตรียมหลักฐานต่าง ๆ ของตนเองให้เรียบร้อยก่อน

    ๑. การตรวจสอบข้อมูลหลักฐานสิทธิกำลังพล โทรฯ ไปที่กองบริการกำลังพล กรมเสมียนตรา โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๓๘๔๖ ขอตรวจสอบว่าครบถ้วนถูกต้องแล้วหรือยัง ถ้ายังขาดให้เพิ่มข้อมูล ส่งทางไปรษณีย์ไปที่ “หัวหน้าทะเบียนพล (กจก.สกพ.สม.) ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ๑๐๒๐๐”

    ๒. การตรวจสอบหนังสือที่ระบุผู้รับสิทธิฯ ต่าง ๆ เช่น บำเหน็จพิเศษ ๓ เท่า, กรมธรรม์ประกันชีวิต

    ๓. ตรวจสอบสถานภาพการเป็นการสมาชิกฌาปนกิจฯ ทบ. (๐ ๒๖๕๔ ๗๔๐๐) อาจมีข้อผิดพลาดขาดการหักเงินสมทบฯ ได้ (หรือขอเปลี่ยนแปลงผู้รับใหม่ได้ตามความต้องการ)

    ๔. ทำพินัยกรรมสำหรับทรัพย์สิ่งของใด ๆ ที่ต้องโอนชื่อทะเบียน เช่น รถยนต์ ปืน โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร การขอคืนภาษี ภ.ง.ด.๙๑

    ๕. สมุดเงินฝากธนาคาร ทำแบบมีชื่อเบิกเงิน ๒ คน คนใดคนหนึ่งถอนได้ไว้ (หรือให้หมายเลข ATM ไว้), ใบหุ้นต่างๆ, การซื้อหน่วยการลงทุน, หลักฐานการกู้ยืมเงิน ฯลฯ

    ๖. ภาระผูกพันอื่น ๆ ทั้งรายได้และรายจ่ายต่อปี เช่น การเสียภาษี บ.ภ.ท.๕, ภาษีรถยนต์, เงินกู้ ฯลฯ

    ๗. สำเนาบัตร, เอกสารต่าง ๆ เก็บไว้ (ทะเบียนบ้าน, บัตร ปชช., บัตรข้าราชการบำนาญ, บัตรรับเงิน กง.กห., บัตรทหารผ่านศึก, ร.ก.จ. ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หรือประกาศนียบัตรเครื่องราชฯ แสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง หากไม่ทราบสอบถามแผนกทะเบียนพลฯ ๐ ๒๒๒๕ ๔๘๗๙)

    ๘. เครื่องแบบชุดปกติขาว ประดับเครื่องหมายให้พร้อม/หมวก/กระบี่/ถุงมือ/เครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ประกอบหน้าศพ)

    ๙. ภาพถ่ายตามต้องการ

    ๑๐. ทำรายละเอียดประวัติตนเอง และประวัติรับราชการ

    ๑๑. มรณบัตรของบิดามารดา (กรณีที่เสียชีวิตแล้ว) ใช้เป็นหลักฐาน การประกอบขอรับบำเหน็จตกทอด

    ๑๒. เตรียมรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ ของบุคคลต่าง ๆ ที่ต้องการ ให้ทราบในวันรดน้ำศพและวันอื่น ๆ

 


Copyright © กองกรรมวิธีข้อมูล กรมสารบรรณทหาร 2014