กรมสารบรรณทหาร
กรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

บำเหน็จตกทอด

          หมายถึง เงินที่จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ทายาทของข้าราชการ ผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย จ่ายให้เป็นเงินก้อนครั้งเดียวเป็นเงิน ๓๐ เท่าของบำนาญรวมเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับบำนาญ กรณีรับบำเหน็จดำรงชีพไปแล้ว ทายาทจะได้รับบำเหน็จตกทอดหักด้วยบำเหน็จดำรงชีพ

 

ทายาทผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอด

  • บุตร ๑ ถึง ๒ คน ให้ได้รับ ๒ ส่วน ๓ คนขึ้นไป ได้รับ ๓ ส่วน
  • คู่สมรส ได้รับ ๑ ส่วน
  • บิดา มารดา หรือคนใดคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ ๑ ส่วน
  • ถ้าไม่มีทายาท หรือทายาทนั้นได้ตายไปก่อนแล้ว ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ตายแสดงเจตนาระบุไว้ต่อส่วนราชการเบิกจ่าย ถ้าไม่มีทายาทและผู้ตายไม่ได้แสดงเจตนาระบุไว้ ให้สิทธิในบำเหน็จตกทอดนั้นเป็นอันยุติ

 

ทายาทไม่มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอด

        เกิดจากการกระทำของข้าราชการทหารหรือผู้รับบำนาญ หรือเกิดจากการกระทำของทายาทเอง ดังนี้

  • ข้าราชการทหารตายระหว่างรับราชการ หรือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตาย ถ้าความตายนั้นเกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของตนเอง ทายาทไม่มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอด
  • ข้าราชการทหารต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถึงแก่ความตายก่อนได้รับการวินิจฉัยเรื่องที่กระทำผิดนั้น ให้กระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาวินิจฉัยว่า ถ้าผู้นั้นไม่ถึงแก่ความตายเสียก่อนจะต้องได้รับโทษถึงไล่ออกหรือไม่ ถ้าเห็นว่าผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษถึงไล่ออก ทายาทไม่มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอด
  • ผู้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ หรือทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งไม่ใช่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือถูกฟ้องว่าเป็นบุคคลล้มละลาย ถ้าถึงแก่ความตายก่อนมีคดีหรือก่อนคดีถึงที่สุด ให้กระทรวงเจ้าสังกัดที่ผู้นั้นเคยสังกัดอยู่พิจารณาวินิจฉัยว่าผู้นั้นได้กระทำความผิดจริงหรือไม่ ถ้าเห็นว่าผู้นั้น ได้กระทำความผิดซึ่งกฎหมายกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงไว้เกินกว่าหนึ่งปีแล้วทายาทไม่มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอด

      ทายาทหรือบุคคลซึ่งผู้รับบำนาญแสดงเจตนาไว้เสียสิทธิบำเหน็จตกทอดกรณีดังต่อไปนี้

      ๑. เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ หรือพยายามกระทำ ให้เจ้าบำนาญถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

      ๒. เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้เจตนากระทำ หรือพยายามกระทำ ให้ทายาทด้วยกันถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

      ๓. เป็นผู้ที่ได้ฟ้องเจ้าบำนาญหาว่ากระทำความผิดโดยมีระวางโทษ ถึงประหารชีวิต และตนเองกลับต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดฐานฟ้องเท็จ และทำพยานเท็จ

 

การทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด

      กระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศเรื่องการแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด เพื่อให้ข้าราชการหรือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญซึ่งไม่มีทายาท ผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดได้แสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด โดยทำเป็นหนังสือยื่นไว้ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือหน่วยเบิกจ่ายเงินเบี้ยหวัดบำนาญตามแบบและวิธีการ ดังนี้

      ๑. ให้ข้าราชการ หรือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด โดยทำเป็นหนังสือตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดจำนวน ๒ ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน เก็บไว้ที่ผู้แสดงเจตนา ๑ ฉบับ อีกฉบับหนึ่งส่งเก็บไว้ที่สมุดหรือแฟ้มประวัติข้าราชการ สำหรับผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้เก็บไว้ที่หน่วยเบิกเบี้ยหวัดบำนาญที่ตนเองขอรับเงิน ๑ ฉบับ

      ๒. เมื่อได้แสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดแล้ว จะมีผลนับ แต่วันที่ได้ยื่นหนังสือแสดงเจตนาฯ ต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือหน่วยเบิกเบี้ยหวัดบำนาญ

      ๓. การแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดได้กี่คนในกรณีที่ได้แสดงเจตนาผู้มีสิทธิไว้เกินกว่าหนึ่งคน ให้กำหนดส่วนผู้มีสิทธิทุกคนไว้ให้ชัดเจน ถ้าไม่ได้กำหนดส่วนไว้ให้ถือว่าทุกคนมีสิทธิได้รับในอัตราส่วนที่เท่ากัน

      ๔. เมื่อมีการโอนเบี้ยหวัดบำนาญไปเบิกจ่ายหน่วยอื่น หน่วยโอน จะส่งหนังสือแสดงเจตนาฯ ดังกล่าวไปพร้อมกับหนังสือสำคัญการโอน โดยหน่วยเบิกเบี้ยหวัดบำนาญแห่งใหม่เก็บไว้ เพื่อให้ผู้มีสิทธิติดต่อขอรับหนังสือแสดงเจตนา เมื่อผู้แสดงเจตนาฯ เสียชีวิตแล้ว

      ๕. ข้าราชการ หรือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดตามหนังสือแสดงเจตนา ให้ทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดฉบับใหม่ แล้วนำไปยื่นต่อส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือ หน่วยเบิกเบี้ยหวัดบำนาญ และให้บันทึกการเปลี่ยนแปลงขอยกเลิกลงในหนังสือแสดงเจตนาฯ ฉบับเดิม

      ๖. การขูดลบ ขีดฆ่า หรือการแก้ไขเปลี่ยนอย่างอื่นในหนังสือแสดงเจตนาฯ ให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

      ๗. ข้อเสนอแนะ หากทายาทมีเพียงคู่สมรส ควรทำหนังสือแสดงเจตนาฯ ไว้ให้ผู้อื่นเป็นผู้รับบำเหน็จตกทอด (เผื่อกรณีเสียชีวิตพร้อมกัน)

      ๘. การทำใบมอบฉันทะรับเงิน และการทำหนังสือมอบอำนาจรับเงิน กรณีไม่สามารถมารับเงินได้ด้วยตนเอง เนื่องจากชราภาพ, เจ็บป่วย หรือเหตุอื่นใดก็ตาม ก็สามารถทำการมอบอำนาจ หรือมอบฉันทะให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้รับเงินแทนได้ ดังนี้

         - กรณีขอรับเงินเบี้ยหวัด, บำนาญ, เงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือเงินสวัสดิการช่วยเหลือการศึกษาบุตร ให้ใช้ใบมอบฉันทะ

         - กรณีรับเงินบำเหน็จ, บำเหน็จตกทอด, เงินช่วยพิเศษ และ เงินค้างจ่ายทุกประเภท ให้ใช้หนังสือมอบอำนาจ

      ๙. พระราชกฤษฎีกาเงินค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๒๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

         เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญหรือ ช.ค.บ. คือ เงินที่ผู้มีสิทธิรับเบี้ยหวัดบำนาญบำนาญพิเศษ รวมถึงทายาทผู้อุปการะที่จะได้รับ โดยจะจ่ายเพิ่มตามจำนวนและอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ ที่สูงขึ้นแก่ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

 

การนำบำเหน็จตกทอดไปค้ำประกัน

      ด้วย พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๕๓ และ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๗) ซึ่งบัญญัติให้ผู้รับบำนาญสามารถนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน มีผลใช้บังคับตั้งแต่ ๑ พ.ค.๕๓

      ผู้รับบำนาญ สามารถนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ใน การค้ำประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ ซึ่งเรียกว่า “บำเหน็จค้ำประกัน”

 

* อายุความในการขอรับบำเหน็จตกทอดมีกำหนด ๑๐ ปี (ปพพ.) *

 

เงินช่วยพิเศษ

           เงินจำนวนหนึ่งที่ทางราชการให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งข้าราชการทหาร ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเสียชีวิต ได้แสดงเจตนาระบุชื่อตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษไว้ หรือถ้ามิได้แสดงเจตนาไว้ก็ให้จ่ายแก่ทายาทหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่จัดการศพของผู้เสียชีวิตและไม่ได้เกิดจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หลักเกณฑ์การจ่าย ดังนี้

      ๑. ข้าราชการทหารเสียชีวิต จ่ายเงินช่วยพิเศษ ๓ เท่า ของเงินเดือน รวมเงินเพิ่มต่าง ๆ

      ๒. ผู้รับเบี้ยหวัดเสียชีวิต จ่ายเงินช่วยพิเศษเท่ากับเบี้ยหวัด ๓ เดือน รวมเงินช่วยค่าครองชีพ

      ๓. ผู้รับบำนาญเสียชีวิต จ่ายเงินช่วยพิเศษเท่ากับบำนาญ ๓ เดือน รวมเงินช่วยค่าครองชีพ

 

ผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษ

  • บุคคลที่ข้าราชการทหาร ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ได้แสดงเจตนาระบุตัวไว้เป็นหนังสือตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ก่อนตายให้เป็นผู้รับเงินช่วยพิเศษ
  • บุคคลที่ข้าราชการทหาร ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญได้แสดงเจตนาระบุตัวไว้เป็นหนังสือได้ตายไปก่อนข้าราชการทหาร หรือไม่ได้ทำหนังสือแสดงเจตนาไว้ ให้จ่ายแก่บุคคลตามลำดับ ดังนี้

      ๑. คู่สมรส

- กรณี ยื่นขอรับเงินช่วยพิเศษ และกระทรวงการคลังโอนเงิน ให้หน่วยเบิกจ่ายแล้ว เสียชีวิตก่อนได้รับเงินให้จ่ายเงินช่วยพิเศษแก่ทายาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

- กรณี ยื่นขอรับเงินช่วยพิเศษแล้ว เสียชีวิตก่อนที่กระทรวงการคลังจะโอนเงินให้หน่วยเบิกจ่าย ให้จ่ายเงินช่วยพิเศษแก่บุคคลลำดับต่อไป

      ๒. บุตร

      ๓. บิดา มารดา

         ถ้าบุคคลในลำดับก่อนยังมีชีวิตอยู่ บุคคลในลำดับถัดไปไม่มีสิทธิ ได้รับเงินช่วยพิเศษ ถ้าบุคคลผู้มีสิทธิในลำดับเดียวกันมีหลายคน ให้จ่ายให้แก่ ผู้ซึ่งบุคคลในลำดับนั้นมอบหมายเป็นหนังสือหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่จัดการศพ (สามารถมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดมารับเพียงคนเดียวได้)

 

ระยะเวลาการขอรับเงินช่วยพิเศษ

      การขอรับเงินช่วยพิเศษ ให้ผู้มีสิทธิยื่นขอรับเงิน ภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ข้าราชการทหารผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเสียชีวิต

 

วิธีการและเอกสารประกอบ

      ขั้นตอนการขอรับเงินช่วยพิเศษ มีดังนี้

      ๑. ให้ผู้มีสิทธิยื่นต่อส่วนราชการต้นสังกัดสุดท้ายของผู้เสียชีวิต

      ๒. กรอกแบบการขอรับเงินช่วยพิเศษพร้อมแนบหลักฐานการเสียชีวิต (สำเนาใบมรณบัตร)

 

การทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษ

      ข้าราชการ หรือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ประสงค์จะทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษ ให้จัดทำตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด ดังนี้

      ๑. ให้มอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษไว้ ณ ส่วนราชการที่ตนสังกัด ถ้าเป็นผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญสังกัดจะระบุไว้ในคำสั่งให้ออกจากราชการเพื่อเก็บไว้ในสมุด หรือแฟ้มประวัติ เมื่อมีการโอนย้ายก็ให้ส่งหนังสือดังกล่าวตามไปด้วย และให้มีการบันทึกการแสดงเจตนาไว้ในสมุด หรือแฟ้มประวัติ

      ๒. ให้ระบุชื่อผู้รับเงินช่วยพิเศษแต่เพียงรายเดียว หากจะเปลี่ยนแปลง ตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษในภายหลัง ให้ทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษฉบับใหม่แทนฉบับเดิมตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และให้แนบฉบับเดิมไว้ด้วย

      ๓. การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นในหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับเงินช่วยพิเศษ ให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้


Copyright © กองกรรมวิธีข้อมูล กรมสารบรรณทหาร 2014