กรมสารบรรณทหาร
กรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

การเบิกเงินสวัสดิการของข้าราชการเบี้ยหวัดบำนาญ

     ผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญปกติยื่นเรื่องขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรที่หน่วยเบิกจ่ายเงินเบี้ยหวัดบำนาญ

    ๑. การยื่นเรื่องขอเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

        ๑.๑ หลักฐานที่จะต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ มีดังนี้

                 - บัตรประจำตัวผู้รับเงินเบี้ยหวัด บำนาญ

                 - ทะเบียนสมรส

                 - ทะเบียนการรับรองบุตร

                 - ทะเบียนบ้าน

        ๑.๒ บุตร หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกิน ๒๕ ปี ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ของทุกปี แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมและบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น

        ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรได้เพียงคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม การนับลำดับบุตรให้นับเรียงตามลำดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด หรืออยู่ในอำนาจปกครองของตนหรือไม่

        ผู้มีสิทธิผู้ใดมีบุตรเกินสามคน และต่อมาบุตรคนหนึ่งคนใด ในจำนวนสามคนนั้นตายลงก่อนมีอายุครบ ๒๕ ปีบริบูรณ์ ก็ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่ากับจำนวนบุตรที่ตายนั้น โดยให้นับบุตรคนที่อยู่ในลำดับถัดไปก่อน

        ในกรณีที่มีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งทำให้มีจำนวนบุตรเกินสามคน ก็ให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

        ๑.๓ วิธีการและสถานที่ขอเบิก ผู้รับเงินเบี้ยหวัด บำนาญจะต้องชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา หรือเงินค่าเล่าเรียนของบุตรต่อสถานศึกษาแล้ว จึงนำใบเสร็จรับเงินมาเบิกกับหน่วยเบิกจ่ายเงินเบี้ยหวัดบำนาญที่ตนเองขอรับเงินอยู่ ทั้งนี้จะต้องดำเนินการขอเบิกภายในระยะเวลา ๑ ปี นับแต่วันเปิดภาคเรียน ของแต่ละภาค

        ๑.๔ เอกสารการยื่นเบิก

             - แบบขอเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร

             - เอกสารที่แนบ ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองจากสถานศึกษา

    ๒. การยื่นเรื่องขอเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

        ๒.๑ ผู้มีสิทธิขอเบิกเงินสวัสดิการคือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญปกติ และบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ รวมทั้งบุคคลในครอบครัว ได้แก่ บิดา มารดา คู่สมรส บุตร

        ๒.๒ หลักฐานที่จะต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ มีดังนี้

             - บัตรประจำตัวผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญ

             - ทะเบียนสมรส

             - ทะเบียนรับรองบุตร

             - ทะเบียนบ้าน

        ๒.๓ บุคคลในครอบครัว

             - บิดา มารดาของผู้มีสิทธิ ไม่รวมถึงบิดามารดาของคู่สมรส

             - คู่สมรส ที่ได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าคู่สมรสทั้งฝ่ายสามี และภรรยา ต่างเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำของทางราชการด้วยกัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บก็จะต้องใช้สิทธิขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลของตนเอง จะให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิไม่ได้

             - บุตรชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ (๒๐ ปี บริบูรณ์) หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ที่อยู่ในปกครองของบิดา มารดา ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล แต่ไม่รวมบุตรบุญธรรม หรือบุตรซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่นแล้ว

        ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลมีสิทธิรับ เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับบุตรได้เพียงคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม โดยนับเรียงลำดับการเกิดก่อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด

        การนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงสามนี้ หากบุตรคนใดเสียชีวิตก่อนอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ก็ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการสำหรับบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่ากับจำนวนบุตรที่ตาย โดยนับบุตรที่อยู่ในลำดับถัดไปก่อน แต่บุตรที่ไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หากถึงแก่ความตายหลังจากบรรลุนิติภาวะแล้วบุตรที่อยู่ในลำดับต่อไปแทนที่ไม่ได้

        ในกรณีที่มีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งทำให้มีจำนวนบุตรเกินสามคน ก็ให้ มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

        ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัว หากได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้อื่นแล้วไม่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนนั้นต่ำกว่าเงินสวัสดิการที่ผู้มีสิทธิจะได้รับ ก็ให้ใช้สิทธิเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่

 


Copyright © กองกรรมวิธีข้อมูล กรมสารบรรณทหาร 2014