กรมสารบรรณทหาร
กรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

เบี้ยหวัด 

      เบี้ยหวัด หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่รับราชการมา ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนให้แก่นายทหารชั้นสัญญาบัตร และนายทหารประทวนที่ออกจากราชการและยังอยู่ในกองหนุนโดยจ่ายถึงวันครบกำหนดรับเบี้ยหวัด ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด พ.ศ. ๒๔๙๕

 

ทหารซึ่งมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด

      ๑. นายทหารสัญญาบัตร ซึ่งมีเวลาราชการไม่น้อยกว่า ๑ ปี แล้วออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุน

      ๒. นายทหารชั้นสัญญาบัตรนอกประจำการ (นายทหารกองหนุน, นายทหารนอกประจำการ หรือนายทหารพ้นราชการ) ที่ไม่ได้รับเบี้ยหวัดบำเหน็จหรือบำนาญ ภายหลังทางราชการสั่งให้กลับเข้ารับราชการประจำการใหม่ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี แล้วออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุน

      ๓. นายทหารประทวนและพลทหาร ซึ่งรับราชการในกองประจำการ ครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว เมื่อเข้ารับราชการประจำการต่อไปไม่น้อยกว่า ๑ ปี แล้วออกจากราชการ และเมื่อออกจากราชการนั้นยังไม่พ้นกองหนุนชั้นที่ ๒ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

      ๔. นายทหารประทวนและพลทหารกองหนุน ที่ไม่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จหรือบำนาญ ภายหลังทางราชการสั่งให้กลับเข้ารับราชการประจำการใหม่ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี แล้วออกจากราชการ เมื่อออกจากราชการนั้นยัง ไม่พ้นกองหนุนชั้นที่ ๒ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด

 

ทหารซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด

      ๑. ออกจากราชการได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

      ๒. นายทหารประทวนและพลทหาร ซึ่งรับราชการในกองประจำการ ครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว ต้องรับราชการต่อไปเพราะเลื่อนกำหนดเวลาปลด หรือนายทหารประทวนและพลทหารกองหนุนซึ่งเข้ารับการระดมพลเข้าฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

      ๓. ออกจากราชการเพราะมีความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

         ๓.๑ ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

         ๓.๒ กระทำความผิดให้ต้องรับโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ความผิดอันต้องระวางโทษไม่เกินลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ที่ไม่เสียหายแก่ราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน

         ๓.๓ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพราะทำหนี้สินขึ้นด้วยความทุจริต หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีแพ่งอันแสดงว่าเป็น การเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่อย่างร้ายแรง

         ๓.๔ ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและ การขัดคำสั่งนั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

         ๓.๕ เปิดเผยความลับของทางราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

         ๓.๖ ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

         ๓.๗ ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป

         ๓.๘ หนีราชการทหารในเวลาประจำการ

         ๓.๙ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

         การออกจากราชการเพราะมีความผิดซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด ตามข้อ ๓.๒ และ ๓.๓ ให้ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด ตั้งแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ถ้าเป็นผู้ถูกสั่งพักราชการอยู่ก่อนแล้ว ให้ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตั้งแต่ วันสั่งพักราชการ

 

การงดเบี้ยหวัด

      ๑. นายทหารชั้นสัญญาบัตรกองหนุนมีเบี้ยหวัด ซึ่งย้ายหรือปลดจากประเภทนี้

      ๒. นายทหารประทวนและพลทหาร มีเบี้ยหวัดซึ่งปลดจากกองหนุนชั้นที่ ๒ ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

      ๓. เข้ารับราชการในตำแหน่งซึ่งมีสิทธิจะได้รับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

      ๔. กระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ ทหารซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด

      ๕. หลีกเลี่ยงหรือบิดพลิ้วต่อราชการจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถเรียกตัว ในคราวมีราชการจำเป็นที่ต้องการใช้ตัวได้

      ๖. เจ็บไข้หรือพิการซึ่งนายแพทย์ของทหาร ๒ นาย มีความเห็นว่าไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่ต่อไปได้

      *** การงดเบี้ยหวัดตามข้อ ๔ (เฉพาะข้อ ๓.๒ และ ๓.๓) ให้งดตั้งแต่ คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ***

        สำหรับทหารซึ่งรับเบี้ยหวัดอยู่ ภายหลังกลับเข้ารับราชการใหม่ ให้ส่วนราชการที่กลับเข้ารับราชการใหม่ แจ้งให้ส่วนราชการผู้เบิกงดจ่าย เบี้ยหวัดภายใน ๗ วัน นับแต่วันเข้ารับราชการใหม่

 

การนับเวลาราชการสำหรับคำนวณเบี้ยหวัด

      ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด พ.ศ. ๒๔๙๕ ข้อ ๙ กำหนดการนับเวลาราชการ สำหรับคำนวณเบี้ยหวัดให้เป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งให้นับเวลาราชการ เพื่อคำนวณเบี้ยหวัดตั้งแต่วันเริ่มเข้ารับราชการ รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณ ไม่ก่อนอายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ ในกรณีรับราชการก่อนอายุ ๑๘ ปี ให้นับเวลาราชการตั้งแต่วันที่มีอายุครบ ๑๘ ปีบริบูรณ์เป็นต้นไป สำหรับผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียน ทหารกองประจำการให้มีสิทธินับเวลาราชการ ตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียนกองประจำการตามกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ สำหรับระยะเวลาที่มีสิทธิได้รับเบี้ยหวัด ให้นับเวลาได้ ๑ ใน ๔

      วันล้วง หมายถึงวันร้องขอเข้ากองประจำการ ซึ่งเป็นวันที่มีสิทธิได้ ขึ้นทะเบียนกองประจำการ

      กรณีทหารหญิง ไม่มีสิทธิรับเบี้ยหวัด (เนื่องจากไม่ต้องเป็นทหารกองหนุน)

 

การนับเวลาทวีคูณ

      เช่นเดียวกับการนับเวลาทวีคูณสำหรับคำนวณบำเหน็จ บำนาญ

 

เกณฑ์การคำนวณเบี้ยหวัด

        ให้คำนวณตามส่วนแบ่งของเงินเดือนเดือนสุดท้าย โดยจ่ายเป็นรายเดือน ดังนี้

        มีเวลาราชการไม่ถึง ๑๕ ปี                 ได้ ๑๕/๕๐ ของเงินเดือน

        มีเวลาราชการ ๑๕ ปี แต่ไม่ถึง ๒๕ ปี     ได้ ๒๕/๕๐ ของเงินเดือน

        มีเวลาราชการ ๒๕ ปี แต่ไม่ถึง ๓๐ ปี     ได้ ๓๐/๕๐ ของเงินเดือน

        มีเวลาราชการ ๓๐ ปี แต่ไม่ถึง ๓๕ ปี     ได้ ๓๕/๕๐ ของเงินเดือน

        มีเวลาราชการ ๓๕ ปี ถึง ๔๐ ปี           ได้ ๔๐/๕๐ ของเงินเดือน

        มีเวลาราชการเกินกว่า ๔๐ ปีขึ้นไป ให้แบ่งเป็นห้าสิบส่วนคูณด้วยจำนวนปีเวลาราชการ (เวลาราชการ/๕๐ ของเงินเดือน) เบี้ยหวัดให้จำกัดอย่างสูงไม่เกินเงินเดือนเดือนสุดท้าย

 

ระยะเวลาการรับเบี้ยหวัด

      ๑. นายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารกองหนุนจะอยู่ในประเภทกองหนุนได้ไม่เกินกำหนดอายุ ดังต่อไปนี้

         ๑.๑ นายร้อยหรือนายเรือหรือนายเรืออากาศ ครบ ๔๕ ปี

         ๑.๒ พันตรี พันโท หรือ นาวาตรี นาวาโท หรือ นาวาอากาศตรี นาวาอากาศโท ครบ ๕๐ ปี

         ๑.๓ พันเอก หรือนาวาเอก หรือนาวาอากาศเอก และนายพล ครบ ๕๕ ปี

      สำหรับ ๑.๑ และ ๑.๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะสั่งให้ผู้ซึ่ง มีอายุเกินกำหนดนี้คงอยู่ในประเภทกองหนุนต่อไปได้พิเศษ แต่ต้องมีอายุไม่เกิน ๕๕ ปี

 

      วันครบย้ายประเภท

      นายทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด มีสิทธิรับเบี้ยหวัดได้ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการจนถึงวันสิ้นปี (๓๑ ธ.ค. .....) ที่มีอายุครบ ๔๕ ปี ๕๐ ปี หรือ ๕๕ ปี ทางราชการจะย้ายประเภทจากกองหนุนมีเบี้ยหวัด เพื่อรับบำเหน็จบำนาญ ตั้งแต่ ๑ มกราคม พ.ศ. ถัดไป

      ๒. นายทหารประทวนและพลทหารประจำการ

         ๒.๑ ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้ว จะต้องอยู่ในกองประจำการเป็นเวลา ๒ ปี เมื่อครบกำหนดแล้ว จึงปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ โดยมีระยะเวลาการเป็นกองหนุนไม่เกินประเภทที่ ๑ ชั้นที่ ๒ หรืออายุไม่เกิน ๓๙ ปี

         ๒.๒ กรณีสำเร็จการฝึกวิชาทหาร (ร.ด. ปี ๓) หรือเทียบเท่า กรณี ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดไม่ต้องรับราชการในกองประจำการ ให้เอา ๑๗ ปี + วันขึ้นทะเบียน จะได้วันย้ายประเภท

         ๒.๓ กรณีกลาโหมพลเรือน แยกเป็น ๒ กรณี

               ๒.๓.๑ อายุไม่เกิน ๒๑ ปีบริบูรณ์ ให้นับถึงวันที่ ๓๑ ธ.ค. ของ ปี พ.ศ.ที่มีอายุ ๒๑ ปี ให้เอา ๒๑ ปี + พ.ศ. เกิด แล้วมาดูวันขึ้นทะเบียน ถ้าขึ้นทะเบียนหรือวันร้องขออายุไม่เกิน ๒๑ ปี ให้เอา ๑๙ ปี + วันขึ้นทะเบียน หรือวันร้องขอฯ จะได้วันย้ายประเภท

               ๒.๓.๒ อายุเกิน ๒๑ ปีบริบูรณ์ ให้เอา ๒๑ ปี + พ.ศ. เกิด แล้วมาดูวันขึ้นทะเบียน ถ้าขึ้นทะเบียนอายุเกิน ๒๑ ปี ให้เอา ๓๙ + พ.ศ. เกิด (ให้ถือวันต้นเดือนของเดือนที่ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการหรือวันร้องขอฯ เป็นวันหมดสิทธิรับเบี้ยหวัด)

        การย้ายประเภทเพื่อรับบำเหน็จบำนาญของนายทหารชั้นประทวน และพลทหารประจำการ ไม่ว่าจะขึ้นทะเบียนกองประจำการหรือร้องขอ เข้ากองประจำการวันที่เท่าใดก็ตาม วันครบรับเบี้ยหวัด จะต้องเป็นวันสุดท้ายของเดือนก่อนวันขึ้นทะเบียนหรือวันร้องขอฯ และวันย้ายประเภทจะต้อง เป็นวันที่ ๑ ของเดือน ที่ขึ้นทะเบียนหรือร้องขอฯ เสมอ

 

เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.)

      ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญที่ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญรวมกันทุกประเภท และรวมกับ ช.ค.บ. แล้วต่ำกว่าเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทหักด้วยจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญทุกประเภทรวมกับ ช.ค.บ. ที่ได้รับ มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ตามพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. ๒๕๖๒

 

สิทธิของผู้รับเบี้ยหวัดที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๕๒๖.๒/ว.๑๒ ลง ๒๒ ก.พ. ๒๕๔๒

     เรื่องสิทธิของผู้รับเบี้ยหวัดที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กรณีออกรับเบี้ยหวัด กำหนดดังนี้ ในวันที่ทหารออกจากประจำการเป็น ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับ กห. ว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด พ.ศ. ๒๔๙๕ ถือว่าพ้นจากราชการแล้ว ย่อมพ้นจากสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้มีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าวทันที สำหรับเงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนให้มีสิทธิรับเมื่อย้ายประเภท และเลือกรับบำนาญ

 

การโอนเงินเบี้ยหวัด บำนาญ ไปรับเงินทางหน่วยเบิกจ่ายอื่น

      การโอนเงินเบี้ยหวัดบำนาญไปรับยังหน่วยเบิกจ่ายอื่น ให้แจ้งความประสงค์ได้ที่หน่วยผู้เบิก พร้อมด้วยหลักฐาน ดังนี้

      - บัตรประจำตัวผู้รับเงินเบี้ยหวัด บำนาญ

      - รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๖ รูป

      - หนังสือรับรองหนี้สินจากธนาคารที่รับเงินอยู่เฉพาะผู้ที่รับเงิน ผ่านธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)


Copyright © กองกรรมวิธีข้อมูล กรมสารบรรณทหาร 2014