สิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าการศึกษาบุตร

การใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลและ ค่าการศึกษาบุตรยังคงเหมือนกับข้าราชการประจำในกรณีที่ไม่ได้เข้าโครงการเบิกจ่ายตรง โดยให้นำใบเสร็จรับเงินมาเบิกที่หน่วยเบิกจ่ายบำเหน็จ บำนาญ ส่วนการเบิกค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในสถานพยาบาลของเอกชน ให้ปฏิบัติตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.2/ว 379 ลง 30 ก.ย.53 และประกาศกระทรวงการคลังเรื่องหลักเกณฑ์ และอัตราค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในสถานพยาบาลของเอกชน กรณีประสบอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน (ฉบับที่ 2) ดังนี้

1. ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชนได้ โดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงินให้สถานพยาบาลก่อน ทั้งนี้สถานพยาบาลนั้นต้องประเมินระดับความรุนแรงของการเจ็บป่วยฉุกเฉินว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตหรือผู้ป่วยฉุกเฉิน เร่งด่วนตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน

2. กรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของเอกชนการใช้สิทธิให้ถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ ในการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อการบริการสาธารณสุขตามนโยบายบูรณาการ 3 กองทุน กรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

3. หากได้จ่ายเป็นเงินสดให้กับสถานพยาบาลของเอกชนจะไม่สามารถนำมาเบิกกับหน่วยเบิกจ่ายบำเหน็จ บำนาญได้

ลักษณะอาการผู้ป่วย ฉุกเฉินวิกฤต และ ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน

ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (เกณฑ์สีแดง)

บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหันซึ่งมีภาวะคุกคามต่อชีวิต ซึ่งหากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือดหรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้อย่าง ฉับไว

ตัวอย่าง ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

1. ภาวะ “หัวใจหยุดเต้น” (Cardiac arrest)

2. ภาวะหยุดหายใจ

3. ภาวะ “ช็อก” จากการเสียเลือดรุนแรง

4. ชักตลอดเวลาหรือชักจนตัวเขียว

5. อาการซึม หมดสติ ไม่รู้สึกตัว

6. อาการเจ็บหน้าอกรุนแรงจากหลอดเลือดหัวใจตีบตันที่มีความจำเป็นต้องได้รับยาละลายลิ่มเลือด

7. อาการทางสมองจากหลอดเลือดสมองตีบตันทันทีมีความจำเป็นต้องได้รับยาละลายลิ่มเลือด

8. เลือดออกมากอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา เป็นต้น

ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน (เกณฑ์สีเหลือง)

บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยซึ่งมีภาวะเฉียบพลันมากหรือเจ็บปวดรุนแรงอันจำเป็นต้องได้รับปฏิบัติการแพทย์อย่างรีบด่วน มิฉะนั้นจะทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งส่งผลให้เสียชีวิตหรือพิการในระยะต่อมาได้

ตัวอย่าง ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน

1. หายใจช้ากว่า 10 หรือเร็วกว่า 30 ครั้ง/นาที หายใจลำบากหรือเหนื่อยหอบ

2. ชีพจรช้ากว่า 40 หรือเร็วกว่า 150 ครั้ง/นาที โดยเฉพาะถ้าร่วมกับลักษณะทางคลินิกข้ออื่น

3. ไม่รู้สึกตัว ชัก อัมพาตหรือตาบอด หูหนวกทันที

4. ตกเลือด ซีดมากหรือเขียว

5. เจ็บปวดมากหรือทุรนทุราย

6. มือเท้าเย็นซีดและเหงื่อแตก ร่วมกับลักษณะทางคลินิกข้ออื่น

7. ความดันโลหิตตัวบนต่ำกว่า 90 มม.ปรอทหรือตัวล่างสูงกว่า 130 มม.ปรอท โดยเฉพาะร่วมกับลักษณะทางคลินิกข้ออื่น)

8. อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 35 องศา c หรือสูงกว่า 40 องศา c โดยเฉพาะร่วมกับลักษณะทางคลินิกข้ออื่น

9. ถูกพิษหรือ Drug Overuse

10.ได้รับอุบัติเหตุ โดยเฉพาะบาดแผลที่ใหญ่มากและมีหลายแห่ง เช่น major multiple fractures, burns, back injury with or without spinal cord damage.

11. ภาวะจิตเวชฉุกเฉิน